ผู้เขียน หัวข้อ: ขอแนวข้อสอบ กระบวนวิชา POL3311 POL4182 หน่อยครับ  (อ่าน 3512 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ piyawitpolru

  • น้องปี 1
  • *
  • กระทู้: 2
  • เพิ่มพลัง: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
  • facebook: piyawit ponl
ขอแนวข้อสอบ กระบวนวิชา POL3311 POL4182 หน่อยครับ :5:

ออฟไลน์ admin

  • อย่ามัวแต่ฝัน ต้องลงมือทำด้วย จะได้ไปถึงฝันนั้นที่ตั้งใจ
  • Administrator
  • พี่ปี 4
  • *****
  • กระทู้: 260
  • เพิ่มพลัง: +0/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
  • facebook: Yotin Nusuntear
Re: ขอแนวข้อสอบ กระบวนวิชา POL3311 POL4182 หน่อยครับ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 21 ตุลาคม 2014, 10:06:11 pm »
3311
อีกวิชายังไม่มีนะครับ

ออฟไลน์ piyawitpolru

  • น้องปี 1
  • *
  • กระทู้: 2
  • เพิ่มพลัง: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
  • facebook: piyawit ponl
Re: ขอแนวข้อสอบ กระบวนวิชา POL3311 POL4182 หน่อยครับ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 23 ตุลาคม 2014, 08:36:41 pm »
3311
อีกวิชายังไม่มีนะครับ


ขอบคุณครับ :6:

ออฟไลน์ aristorius

  • น้องปี 1
  • *
  • กระทู้: 9
  • เพิ่มพลัง: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
  • facebook: http://www.facebook.com/ARISTORIUS
Re: ขอแนวข้อสอบ กระบวนวิชา POL3311 POL4182 หน่อยครับ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 05 พฤศจิกายน 2014, 06:40:02 am »
เผื่อออกครับ

การพัฒนาของระบอบประชาธิปไตยในประเทศตะวันตก

อังกฤษ
                -  เป็นแม่แบบของการปกครองระบอบประชาธิปไตย  โดยมีพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร
                -  ในสมัยการสร้างรัฐชาติ ( ค.ศ.1215 )  ขุนนางบังคับให้กษัตริย์  คือ  พระเจ้าจอห์นที่ 5  ทรงยอมรับ " กฎบัตรแมกนาคาร์ดา "  ซึ่งถือเป็นการสละสิทธิ์
ของพระมหากษัตริย์ที่อยู่เหนือกฎหมาย  นำไปสู่การตั้งรัฐสภา ( สภาขุนนาง , สภาสามัญชน )
                -  เกิดสงครามกลางเมืองระหว่างฝ่ายกษัตริย์และสภาสามัญชน  โอลิเวอร์ ครอมเวลล์  หันมาจัดตั้งรัฐบาลสาธารณรัฐ  มีสภาเดียวและครอมเวลล์ก็ใช้การ
ปกครองในฐานะเผด็จการทหาร
                -  อังกฤษมีกษัตริย์ปกครองอีกครั้ง  ความขัดแย้งระหว่างกษัตริย์กับสภายิ่งรุนแรงขึ้นภายหลังการปฏิวัติอันรุ่งโรจน์  ( ค.ศ.1688)  สมัยพระเจ้าเจมส์ที่ 2
แห่งราชวงศ์สจ๊วต  นับเป็นชัยชนะเด็ดขาดของรัฐสภา  ผลงานการปฏิวัติอันรุ่งโรจน์  ถือเป็นการสิ้นสุดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์  รัฐสภามีอำนาจสูงสุดอุดม
คติแห่งการปฏวัติของอังกฤษเป็นตัวอย่างและเป็นปฏิบัติการที่เป็นจริงของการเมืองตะวันตกในเวลานั้นๆ  ( ค.ศ.1698) 
                -  อย่างไรก็ตามในศตวรรษที่ 18  สภาขันนางยังมีอำนาจมากกว่าสภาสามัญ  จึงได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติปฏิรูปรัฐสภา ( ค.ศ.1832-1867 )  มอบ
สิทธิการเลือกตั้งให้กับสามัญชนมากขึ้น
               สภาขุนนางมีหน้าที่แค่ให้คำปรึกษา  กษัตริย์เป็นประมุข  นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร  กฏหมายรัฐธรรมนูยของอังกฤษมิได้เขียนเป็นลายลักษณ์
อักษร  แต่ยึดถือประเพณีและกฏปฏิบัติที่สืบต่อกันมา

สหรัฐอเมริกา
                -  อดีตอาณานิคมของอังกฤษ  เพราะอาณานิคม 13 รัฐในอเมริกาก่อตั้งโดยชาวอังกฤษอพยพที่ไม่ต้องการอยู่ภายใต้การกดขี่ทางศาสนาของอังกฤษ
                -  รัฐสภาอังกฤษบังคับชาวอาณานิคมขายสินค้ากับอังกฤษเท่านั้น  ห้ามผลิตสินค้าแข่งกับอังกฤษ  เมื่อรัฐบาลอังกฤษผูกขาดสินค้าใบชา  ทำให้ชาวอาณานิคม
ทั้ง 13 รัฐประกาศอิสระภาพในวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ.1776
                -  ได้รับแนวคิดทางการเมืองมาจากจอห์น ลอคและมองเตสกิเออ
                -  อเมริการ่างรัฐธรรมนูญ  มีประมุขเป็นประธานาธิบดี  แบ่งอำนาจการปกครองเป็น 3 ฝ่าย  คือ  ฝ่ายนิติบัญญัติ  บริหาร  และตุลาการ  รัฐสภาเรียกว่า 
คองเกรส  ประกอบด้วย 2 สภา  คือ  วุฒิสภา  และสภาผู้แทนราษฎร

ฝรั่งเศส
                -  กษัตริย์มีอำนาจมากโดยฉฃเฉพาะในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งราชวงศ์บูร์บอง
                -  ค.ศ.1289  ชนชั้นกลางโค่นล้มพระเจ้าหลุยส์ที่ 16  ได้สำเร็จ  ระบบกษัตริย์สิ้นสุดลงเพราะเป็นการปกครองที่ไม่มีประสิทธิภาพ  ไม่มีแบบแผน  ราชสำนัก
ฟุ่มเฟือย  ประชาชนไม่ได้รับคงามยุติธรรม  พระและขุนนางเป็นชนชั้นที่มีอภิสิทธิ์มาก  ชนชั้นกลางมีส่วนเร่งเร้าการต่อสู้ของฝรั่งเศสอย่างมาก
                -  ได้รับแนวคิดจากนักปราชญทางการเมือง  ได้แก่  จอห์น ลอค  มองเตสกิเออร์  วอลแตร์  และรุสโซ
                -  มีสภาฐานันดร  แต่สามัญชนไม่มีสิทธิ์  14 กรกฎาคม 1789  ประชาชนและปัญญาชนปฏิวัติใหญ่สมเร็จ  ล้มล้างระบบราชาธิปไตย  ประชาชนเรียกร้อง
เสรีภาพ  เสมอภาค  ภราดรภาพ  และประกาศหลังสิทธิมนุษยชนและพลเมือง    ถือเป็นแม่แบบให้เกิดการเรียกร้องเสรีภาพทางการเมือง

 

ออฟไลน์ aristorius

  • น้องปี 1
  • *
  • กระทู้: 9
  • เพิ่มพลัง: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
  • facebook: http://www.facebook.com/ARISTORIUS
Re: ขอแนวข้อสอบ กระบวนวิชา POL3311 POL4182 หน่อยครับ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 05 พฤศจิกายน 2014, 06:54:09 am »
 ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย
ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยวิวัฒนาการระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย1. การปกครองแบบประชาธิปไตยสมัยเริ่มแรกนั้น เกิดในนครรัฐเอเธนส์ของกรีกโบราณ เมื่อประมาณ 500 ปีก่อนคริสตกาล เป็นการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยตรง กล่าวคือ ประชาชนชาวเอเธนส์ทั้งหมดเป็นผู้ใช้อำนาจในการปกครองโดยตรง ด้วยการประชุมร่วมกัน2. หลังจากที่ประชาธิปไตยโดยตรงได้ล่มสลายไปจากนครเอเธนส์ การปกครองแบบประชาธิปไตยหยุดชะงักไปนับพันปี จึงได้เริ่มก่อรูปขึ้นในยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอังกฤษ3. วิวัฒนาการของการปกครองระบอบประชาธิปไตยในประเทศอังกฤษ สืบเนื่องมาจาก(1) สภาพสังคมผู้ปกครองในอังกฤษเวลานั้น เป็นสังคมศักดินา บรรดาขุนนางเจ้าที่ดินหน้าที่รับใช้กษัตริย์ และเป็นผู้มีอภิสิทธิ์ในทางการเมือง(2) ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 อังกฤษส่งแกะเป็นสินค้าออกประมาณปีละ 8 ล้านตัว ด้วยเหตุนี้บรรดาขุนนางเจ้าที่ดินต่างหันมาเลี้ยงแกะในที่ดินของตน และได้ประกอบธุรกิจร่วมกับพ่อค้าและนายหน้าตัวแทน ซึ่งเป็นชนชั้นกลาง จนในที่สุดกลายเป็นพวกเดียวกัน(3) ทัศนคติแบบศักดินาของบรรดาขุนนางเจ้าที่ดินทั้งหลายเริ่มเปลี่ยนไปเป็นทัศนคติแบบนายทุน ที่ดินกลายเป็นทุนในการผลิตและเป็นแหล่งที่มาของรายได้(4) ชนชั้นกลางจึงมีบทบาทและอำนาจในรัฐสภาเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีบรรดาขุนนางเจ้ที่ดินเป็นพวกด้วย รัฐสภาได้เปลี่ยนแปลงบทบาทไปเป็นเครื่องถ่วงดุลอำนาจกษัตริย์มากขึ้น จนเกิดระบบการปกครองที่เรียกว่า “ระบบกษัตริย์มีอำนาจจำกัด” กล่าวคือ- กษัตริย์ยังคงเป็นประมุขของประเทศ และเป็นหัวหน้ารัฐบาล- กษัตริย์ต้องยอมรับอำนาจอิสระของผู้พิพากษาและของรัฐสภา(5) ปี ค.ศ.1647 พระเจ้าชาร์ลที่ 1 ถูกดำเนินคดีและถูกประหารชีวิต รัฐสภามีวิวัฒนาการไปอีกรูปแบบหนึ่ง โดยเปลี่ยนรูปแบบการปกครองจากกษัตริย์มีอำนาจจำกัด ไปเป็นระบบรัฐบาลแบบรัฐสภา กล่าวคือ มีองค์กรที่เรียกว่า “คณะรัฐมนตรี” ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาลบริหารประเทศ(6) ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 กษัตริย์ยอมสละอำนาจในการลงนามในกฎหมายที่รัฐสภาเสนอ และนับแต่นั้นมา รัฐสภามีอำนาจเต็มที่ในการบัญญัติกฎหมาย ส่งผลให้ในเวลาต่อมา ประเทศอังกฤษมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย(7) ภายหลังการปฏิวัติใหญ่ในสหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศส การปกครองในระบอบดังกล่าวจึงแพร่หลายไปทั่วในประเทศยุโรปตะวันตก